เมสัน โทนี่ เมานต์ (Mason Tony Mount) เกิดวันที่ 10 มกราคม ค.ศ.1999 เป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษ ปัจจุบันเป็นตำแหน่งกองกลางให้กับเชลซี ในพรีเมียร์ลีก และทีมชาติอังกฤษ

เชลซีขึ้นชื่อว่า เป็นสโมสรที่มีนโยบายการทุ่มเม็ดเงินซื้อนักเตะมากที่สุดทีมหนึ่งในเกาะอังกฤษ พวกเขากระหายความสำเร็จในทุกๆ ฤดูกาล แต่ในอีกด้านหนึ่ง เชลซีก็เป็นหนึ่งในทีมที่มีอคาเดมี่ ที่ดีที่สุดของเกาะอังกฤษ สถานที่แห่งนั้นมีชื่อว่า “ค็อบแฮม”

ค็อบแฮมถูกสร้างขึ้นในยุค ของ โรมัน อบราโมวิช ในปี 2008 เพื่อต้องการให้ทีมมีสนามซ้อมเป็นของตัวเอง ก่อนที่จะพัฒนาให้เป็นโรงเรียนลูกหนังสำหรับทีมเยาวชนของเชลซี เพื่อปั้นนักเตะขึ้นมาใช้งานเองในระยะยาว แต่ส่วนมากจะเป็นการปล่อยยืม และขายขาด

แต่มีหนึ่งนักเตะที่โดดเด่นขึ้นมาตั้งแต่สมัยเป็นเยาวชน และสร้างโอกาส ฝึกฝีเท้าไต่ขั้นบันไดจนมาถึงทีมชุดใหญ่ได้ นั่นก็คือ “เมสัน เมานต์” เจ้าของหมายเลข 19 คนปัจจุบัน เขาเริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมเล็กๆ อย่าง บอร์ฮันต์ เอฟซี เขาก็มีพรสวรรค์จนเข้าตาสโมสรเชลซี และถูกดึงตัวมาร่วมอคาเดมี่ของเชลซีตั้งแต่อายุได้เพียง 6 ขวบ เรียกได้ว่าเป็นเด็กก้นกุฎิอย่างแท้จริง โดยตลอดช่วงที่เป็นเด็กฝึกของเชลซี เขาก็ฉายแวว มีพัฒนาการที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามช่วงอายุ โดยพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก U-18 และเอฟเค ยูธ คัพ มาครอง

ปี 2017 เมสัน เมานต์ ได้รับรางวัลตอบแทนผลงาน เป็นสัญญาอาชีพฉบับแรก ก่อนที่จะถูกปล่อยยืมตัว ไปยังสโมสร วิเทสส์ อาร์เน่ม สโมสรลูกของเชลซี โดยที่นั่น เมสัน เมานต์ ได้พาทีมไปเล่น ยูโรปา ลีก ด้วยการยิงได้ 14 ประตู กลับถิ่นสแตมป์ ฟอร์ด บริจน์ ด้วยดีกรีผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำสโมสรวิเทสส์

แต่ในตอนนั้น ในทีมก็ยังไม่มีที่ว่าง ให้กับดาวรุ่งชาวอังกฤษ จึงถูกปล่อยยืมตัวอีกครั้งไปให้กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ที่นี่เขาได้ร่วมงานกับตำนานของทีมเชลซีอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่มาฝึกด้านวิชาการเป็นกุนซืออยู่เช่นเดียวกัน ส่วนหนึ่งที่เขาถูกปล่อยยืมไปเล่นให้กับดาร์บี้ เคาน์ตี้ เป็นเพราะแลมพาร์ดเอง ก็จับตามองดาวรุ่งคนนี้มานาน ตั้งแต่สมัยยังใช้สนามซ้อมร่วมกัน และเห็นแววว่าเมานต์จะสามารถพัฒนาได้

การได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องในศึกแชมเปี้ยนส์ชิพ มีส่วนช่วยพัฒนาฝีเท้าของเมานต์อย่างก้าวกระโดด และทำให้เขาเกือบพาทีมเลื่อนชั้นได้ แต่ไปพลาดในช่วงโค้งสุดท้าย แต่เท่านี้ก็เพียงพอที่จะยืนยันว่า เมสัน เมานต์ นั้นพร้อมสำหรับเชลซีแล้ว และนั่นหมายถึงแฟรงค์ แลมพาร์ดเช่นกัน

ฤดูกาลถัดมา ทั้งคู่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ณ ที่สโมสรเชลซีนั่นเอง การกลับมาถิ่นเก่าในครั้งนี้ของทั้งสองคน เกิดจากการที่เชลซีโดนแบนตลาดซื้อขายนักเตะ ทำให้ผู้บริหารเปลี่ยนนโยบายการทำทีม โดยการดันนักเตะรุ่นเยาวชน ขึ้นมาเป็นกำลังหลัก ให้โอกาสดาวรุ่งอย่าง เมสัน เมานต์ , แทมมี่ อับราฮัม , โทโมริ , รีช เจมส์ , รูเบน ลอฟตัส ชีค , คาลัม ฮัดสัน โอดอย ขึ้นมาเป็นตัวจริง รวมถึงผู้จัดการทีมที่ประสบการณ์น้อยอย่างแลมพาร์ดด้วย  ก่อนจะจบฤดูกาล 2019-2020 ด้วยอันดับ 4 ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนลีกส์  และได้เข้าชิงเอฟเอ คัพ แต่พลาดท่า ปราชัยให้กับ อาร์เซนอล

ฤดูกาลถัดมา เชลซีฟอร์มไม่ค่อยสู้ดีนัก ทำให้แลมพาร์ด ต้องกระเด็นตกเก้าอี้ไป แต่ก่อนที่เขาจะโดนปลด เขาได้ทำสิ่งที่แฟนบอลเชลซีหลายๆ คนอยากเห็น นั่นคือการมอบตำแหน่งกัปตันทีมให้กับ เมสัน เมานต์ ในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 4 ที่ต้องพบกับ ลูตัน ทาวน์ มันเหมือนการมอบปลอกแขนจากรุ่นสู่รุ่น และแลมพาร์ดยืนยันว่า เมสัน เมานต์ เด็กปั้นของสโมสรคนนี้เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ และนอกจากแลมพาร์ด ตำนานอีกคนอย่างจอห์น เทอร์รี่ ก็เห็นด้วยในเรื่องนี้เช่นกัน เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า เมสัน เมานต์ จะกลายเป็นกัปตันของสโมสร และทีมชาติอังกฤษในอนาคตได้อย่างแน่นอน

ต่อมา โทมัส ทูเคิล ได้เข้ามาแทนแลมพาร์ด และสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือ เมสัน เมานต์ ยังคงเป็นกำลังหลักของทีมเหมือนเดิมอย่างต่อเนื่อง และพาทีมก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก มาครอบครอง โดยเกมนัดชิงเขาเป็นคนแอสซิสต์ให้ ไค ฮาแวตซ์ หลุดเข้าไปยิงประตูโทน หลังจากนั้นเมานต์ก็ติดทีมชาติอังกฤษไปลุย ยูโร 2020 แต่อังกฤษก็ไปแพ้ให้กับอิตาลีในนัดชิงชนะเลิศอย่างน่าเสียดาย

2 ฤดูกาลที่นักเตะดาวรุ่งวัย 23 ปี ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของเชลซี แม้ว่าจะผ่านเรื่องราวมามากมาย แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ตอนนี้เส้นทางของ เมสัน เมานต์ ยังอีกยาวไกล ต้องมารอดูกันว่าเมานต์จะไปได้ไกลเทียบเท่ากับตำนาน แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้ปลุกปั้นเขาขึ้นมาหรือไม่