ลิเวอร์พูล ยังไล่หลัง แมนเซสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ที่ระยะห่างเก้าแต้มได้ต่อไปแม้จะโชว์ฟอร์มนัดบุกไปพิชิต เบิร์นลีย์ 1-0 ได้ไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่

แต่ยังไงซะ พวกเขาก็ได้หนึ่งประตูที่สุดแสนจะล้ำค่าจาก ฟาบินโญ่ ก่อนจบครึ่งแรกห้านาทีซึ่งทำให้ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังได้นึกฝันที่จะลุ้นแย่งแชมป์กับ เรือใบสีฟ้า ได้เช่นเดิม

ส่วนเกมที่ เทิร์ฟ มัวร์ รังของทีมบ๊วยมีประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง แทงบอลออนไลน์ เราตามไปดูกันเลย

1.การกลับมารวมตัวกันของสามพระกาฬแห่ง แอนฟิลด์

หลังผละไปรับใช้ชาติในศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ และสามารถพา เซเนกัล ประสบความสำเร็จได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ

ซาดิโอ มาเน่ ก็กลับมาลงเล่นให้ เร้ด แมชีน เป็นเกมแรก แทงบอล และเขาได้ประสานงานกับ โมฮาเม็ด ซาลาห์ รองแชมป์กาฬทวีปซึ่งลงเล่นให้ต้นสังกัดไปก่อนแล้วในฐานะตัวสำรองแม็ตช์เปิดบ้านคว่ำ เลสเตอร์ 2-0

เท่ากับว่า ลิเวอร์พูล หวนกลับมาใช้งานสามประสาน มาเน่ , ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เป็นตัวจริงในแผงรุกอีกคำรบ แต่ก็ไม่แน่ว่ามันอาจเป็นซีซั่นสุดท้ายของทรีโอนี้ก็ได้เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีใครสักคนต้องย้ายออกไปในซัมเมอร์นี้ไม่ว่าจะเป็นสองรายแรกที่ยังไม่ได้ต่อสัญญา หรือจะเป็นดาวเตะแซมบ้าซึ่งเริ่มมีผลงานที่ตกต่ำลงไปทุกที

ทั้งนี้ อย่าลืมว่า  คล็อปป์ เตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้แล้วด้วยการฉุด แทงบอลออนไลน์ หลุยส์ ดิอาซ มาเสริมทัพเป็นรายล่าสุดหลังประสบความสำเร็จในการเซ็นสัญญากับ ดีโอโก้ โชต้า ไปก่อนแล้ว

  1. ฟาบินโญ่ เจ๋งกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ในฐานะทีมคู่กัด ศึกแดงเดือด การแซะหรือแขวะกันจึงเป็นธรรมดาสำหรับ แมนเซสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล

เพราะขณะที่ เบิร์นลีย์ เปิดบ้านไล่ตีเสมอ ผีแดง แทงบอล ได้ด้วยสกอร์ 1-1 ในนัดก่อนหน้านี้  หงส์แดง สามารถบุกมากำชัยด้วยสกอร์ 1-0 แม้อาจเป็นเกมที่ เครื่องจักรสีแดง เล่นได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพสักเท่าไหร่ก็ตาม

ขณะเดียวกัน เผอิญว่า เร้ด แมชีน มาได้ประตูโทนจาก ฟาบินโญ่ ซะด้วย และมันเป็นประตูที่ห้าจากเจ็ดเกมหลังของดาวเตะชาวเมืองกาแฟเข้าไปแล้ว

รวมแล้วในซีซั่นนี้ ฟาบินโญ่ ยิงประตูให้ ลิเวอร์พูล แทงบอลออนไลน์ ไปแล้วหกเม็ดด้วยกัน

และถ้าจะนับเฉพาะปฏิทินในปี 2022 เป็นต้นมา กองกลางทีมชาติ บราซิล คลำเป้าได้ 5 ลูกแล้ว แต่ โรนัลโด้ ยอดกองหน้า ผีแดง ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเท้าบอดยังยิงประตูไม่ได้เลยสักเม็ด

  1. ลิเวอร์พูล นำก่อนในครึ่งแรกไม่เคยแพ้

อาจไม่ใช่เกมที่ดีมากมายอะไรของ ลิเวอร์พูล แต่ก่อนจบครึ่งแรกห้านาที แทงบอล ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ก็ปลดล็อคคลายความกดดันได้สำเร็จด้วยประตูนำ 1-0 จากฝีเท้าของ ฟาบินโญ่

และแน่นอนว่ามันมากพอที่จะทำให้ทีมจาก แอนฟิลด์ คว้าชัยชนะออกไปได้พร้อมทั้งไล่ตาม แมนเซสเตอร์ ซิตี้ เก้าแต้มเช่นเดิม

ต่อผลงานดังกล่าว  ลิเวอร์พูล จึงไม่แพ้ในเกม พรีเมียร์ลีก เป็นนัดที่ 104 เข้าไปแล้วหากว่าพวกเขามีสกอร์นำหน้าคู่แข่งหลังจบครึ่งแรก (ชนะ 94 เสมอ 10) โดยหนสุดท้ายพวกเขาออกไปแพ้ บอร์นมัธ 4-3 เมื่อเดือนธ.ค.2016

พร้อมกันนี้ ลิเวอร์พูล ยังเพิ่มสถิติไม่แพ้ใน พรีเมียร์ลีก แทงบอลออนไลน์ ติดต่อกันเป็นนัดที่ 26 ด้วยหากเป็นฝ่ายทะลวงประตูนำหน้าคู่แข่งได้นับตั้งแต่เกมปะทะกับ เชฟ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2021

4.ลาก่อน เบิร์นลีย์

น่าตกใจอย่างแรงที่ทีมอย่าง เบิร์นลีย์ ซึ่งเคยสร้างความหนักใจให้กับบรรดายักษ์ใหญ่ทั้งหลายกลับชนะในลีกซีซั่นนี้แค่เกมเดียวเท่านั้นจากการลงสนาม 21 นัด

และมันเกิดขึ้นในเกมเปิดบ้านทุบ เบรนท์ฟอร์ด 3-1 ช่วงปลายเดือนต.ค.

ขณะเดียวกัน พวกเขายังมีสถิติยิงประตูได้น้อยนิดที่สุด 17 เม็ดด้วย แทงบอล และมีแค่ นอริช รายเดียวเท่านั้นที่แย่กว่าในจุดนี้จากการคลำเป้าฝ่ายตรงข้ามได้อย่างจุ๋มจิ๋มแค่ 14 ประตู

ในทางกลับกัน เดอะ คลาเร็ตส์ เสียประตูไม่มากเลยแค่ 29 ลูกเท่านั้น น้อยกว่า เวสต์แฮม และ แมนเซสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยซ้ำ จึงชัดเจนว่าเป็นจุดอ่อนในด้านการทำประตูนี่แหละที่ส่งผลให้พวกเขาพบกับซีซั่นที่เลวร้าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทีมในโซนเดียวกันอย่าง เอฟเวอร์ตัน หรือว่า นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด พากันเสริมทัพอย่างขะมักเขม้นเมื่อเดือนก่อน ชะตาของ เบิร์นลีย์ จึงเข้าขั้นสั่งจองศาลาเอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนนี้ได้เลย

ดังจะเห็นว่าในเกมแพ้ ลิเวอร์พูล ทีมของ ไดช์ มีโอกาสทำประตูไม่น้อย แต่พวกเขาไม่มีความเด็ดขาดมากพอที่จะเอาชนะ อลิสซง ทั้งๆที่หัวใจสำคัญของเกมฟุตบอลคือการทำสกอร์ให้ได้มากกว่าทีมคู่แข่ง

เมื่อเป็นอย่างนี้ คงยากแล้วที่ เบิร์นลีย์ จะเร่งสร้างผลงานได้ทันเวลา และพวกเขาน่าจะกลับไปเริ่มต้นใหม่ใน แชมเปี้ยนชิพ ซีซั่นหน้ามากกว่า

  1. อนาคตของ ฌอน ไดช์

ถึงวันนี้ ไดช์ในวัย 50 ปีได้ชื่อว่าเป็นผู้จัดการทีมใน พรีเมียร์ลีก แทงบอลออนไลน์ ณ ปัจจุบันที่ครอบครองเก้าอี้ได้อย่างยาวนานที่สุด

นับตั้งแต่เข้ามารับงานสืบแทน เอ็ดดี้ ฮาว ที่ย้ายกลับไปกุมบังเหียน บอร์นมัธ อีกรอบเมื่อเดือนต.ค. 2012 เขาก็ผ่านร้อนผ่านหนาวกับสโมสรมาอย่างยาวนาน และสำแดงฝีมือพา เดอะ คลาเร็ตส์ เลื่อนขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ

อย่างไรก็ดี ด้วยเหตุที่ต่อสัญญากับสโมสรออกไปเมื่อเดือนม.ค.2018 จนถึงซัมเมอร์นี้ จึงมีความเป็นไปได้ว่าเขาน่าจะต้องจากลาถิ่น เทิร์ฟ มัวร์ ซะแล้วเนื่องจากสโมสรส่อแววตกลงสู่ แชมเปี้ยนชิพ ค่อนข้างแน่